D-HOUSE คือ นักวิจัย: นักวิจัย กลุ่มโครงการ PPP ประชารัฐ ภาคเอกชน ประธาน คือ ดร.สมัย เหมมั่น บริหารสินทรัพย์ DHG โครงการ อุตสาหกรรมเมืองมหาชัย กลุ่ม อุตสาหกรรมเมืองมหาชัยและอสังหาริมทรัพย์ จำกัด
อโรคยาศาล ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งเมืองพระ นครหลวง อาณาจักรขอมโบราณ มูลเหตุในการสร้างเพื่อใช้เป็นโรงพยาบาล ประจําชุมชน พบจํานวน 30 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
Abstract
Arogayasalas were built by Jayavarman VII, King of Khmer
empire, around 19th Buddhist century. The objective of
Arogayasala was to provide space for medical treatment for
the community. Around 30 Arogayasalas were discovered in
the northeastern region of Thailand. At present, evidence of
Arogayasala is only its Chapel with standard elements. Its design
represents medical treatment beliefs and religious worship
concepts. Chapel of Arogayasala was built by laterite and
sandstone. It is presumed that the medical treatment building
was wood pavilion construction therefore its evidence is
unidentified.
This paper presents the change of Chapel of Arogayasala’s
usage patterns by classify the analysis into three sessions. The
first session is the usage pattern in the part period. It was found
that there were two main areas. The first area was religious area,
หน้าจั่ว ฉ. 12 2558 | 49
Chapel of Arogayasala, which had many holy images on the
sides. The second area was medical treatment area which was
located on the north, outside the enclosure wall. The scope of
medical treatment was extended to the surrounding community
within a walking distance.
The second session is the usage pattern in the
overlapping period around 21st -24th Buddhist century. It was
found that there was a new settlement in this area. The new
ethnic still had faith in original monastery. The usage patterns
of the Chapel of Arogayasals had been changed to Theravada
Buddhism monastery. The new temples were built in this area.
The new Buddha images were placed inside. People believed
that this sacred area was the living place of the ancestral spirits
or local gods. Therefore, no one occupied the place of worship
for personal usage.
The final session is the usage pattern in the present time.
Chapel of Arogayasalas has monument. It has been used for
special activities, such as, Srung-Ku ceremony and Worship
ceremony, which have been held every year. The number of
activities and its format are varied based on to the size of the
community and host of the event .The activities is usually held
annually on the Waxing (full moon) 15 evening of the 5th month
according to the Thai lunar calendar.
ความสําคัญของอโรคยาศาล
อโรคยาศาลถูกสถาปนาขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพ่ือให้เป็น
โรงพยาบาลประจําชุมชน ข้อความจากจารึกปราสาทตาพรหมที่เมืองพระนคร
ประเทศกัมพูชาพบว่า มีการสร้างอโรคยาศาลขึ้นโดยรอบราชอาณาจักรของ
พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ท้ังสิ้นเป็นจํานวน 102 แห่ง
4 ปัจจุบันต้ังกระจายอยู่ตาม
พื้นท่ีต่างๆ ทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และบางส่วนของ
พื้นท่ีประเทศกัมพูชา
สามารถวิเคราะห์ข้อสันนิษฐานวัตถุประสงค์ของการสร้างอโรคยาศาล
ได้ดังนี้
วัตถุประสงค์ท่ี 1 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระองค์ทรงกําลังบาเพ ํ ็ญ
โพธิสัตว์บารมีเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ในโลกให้พ้นทุกข์ตามคติความเชื่อของ
50 | หน้าจั่ว ฉ. 12 2558
พุทธศาสนามหายาน หรือเชื่อว่าพระองค์ประชวรเป็นโรคเร้ือน เหตุผลท่ี
พระองค์ทรงสถาปนาอโรคยาศาลทั่วราชอาณาจักรอาจเป็นเพราะพระองค์
ทรงมุ่งหวังว่าการบําเพ็ญพระกุศลในครั้งนี้จะช่วยให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
5
ทั้ง 2 มูลเหตุอาจมีการตีความที่แตกต่างกัน แต่การสถาปนาอโรคยาศาลของ
พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ก็ถือเป็นนโยบายท่ีสําคัญในรัชสมัยของพระองค์เป็นการ
กระจายหลักประกันสุขภาพไปสู่ประชาชน ถือเป็นการถวายทานครั้งยิ่งใหญ่
ที่เป็นกุศโลบายไปพร้อมกับการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สําคัญ รวมถึงเป็นการ
สร้างความเป็นปึกแผ่นของอาณาจักร ในจารึกกุฏิฤาษีเมืองพิมาย ได้บรรยาย
ความเกี่ยวกับวัตถุประสงค์การสถาปนาอโรคยาศาลไว้ว่า “โรคที่เกิดขึ้นกับ
ประชาชนก็เหมือนเกิดขึ้นแก่องค์พระราชา ในฐานะเป็นเจ้าเมือง ฉะนั้น
หลังจากปราบกลียุคแล้วพระองค์จึงได้รวบรวมแพทย์หลวงจัดสร้างสถาน
พยาบาลเพ่ือขจัดโรคของประชาชน”
วัตถุประสงค์ท่ี 2 การสร้างศาสนสถานเพ่ือประดิษฐานรูปพระ
โพธิสัตว์ไภษัชยสุคต หรือเป็นวิหารสําหรับพระเจ้า เปรียบเสมือนสถานที่
รักษาทางจิตใจเพื่อให้ผู้คนเข้ามาขอพร ถือเป็นการเผยแพร่ศาสนาพุทธแบบ
มหายานท่ีพระองค์ทรงศรัทธาไปท่ัวพระราชอาณาจักร ถือเป็นการเปลี่ยน
แปลงความเชื่อดั้งเดิมที่มีอยู่ที่แต่เดิมน้ันพระมหากษัตริย์ในเมืองพระนคร
และประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาหลัก พบจารึกที่มี
การกล่าวถึงอโรคยาศาลกว่า 10 หลักท่ีปรากฏข้อความใกล้เคียงกัน ที่บ่งชี้ถึง
ลักษณะรูปเคารพภายในศาสนสถานประจําอโรคยาศาลของพระเจ้าชัยวรมัน
ที่ 7 ว่า “พระองค์ทรงได้สร้างโรงพยาบาลและรูปพระโพธิสัตว์ไภษัชยสุคต
พร้อมด้วยรูปพระชิโนรสทั้งสองโดยรอบ เพื่อความสงบแห่งโรคของประชาชน
ตลอดไป พระองค์ได้สร้างโรงพยาบาลนี้และรูปพระโพธิสัตว์ไภษัชยสุคต
พร้อมด้วยวิหารของพระคุรุ”
6
รูปเคารพดังกล่าวถูกขุดพบในระหว่างการ
บูรณะอโรคยาศาลเป็นจํานวนมาก โดยรูปเคารพท่ีพบในแต่ละแห่งจะมี
รูปแบบและประติมานวิทยาที่ใกล้เคียงกัน เป็นรูปแบบศิลปะสมัยบายน
สันนิษฐานได้ว่าการสร้างรูปเคารพดังกล่าวนั้นคงมีพิธีการสร้างอยู่ในเมือง
พระนคร เมื่อสร้างเสร็จพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ก็โปรดพระราชทานไปประดิษฐาน
ที่ศาสนสถานประจําอโรคยาศาลตามที่ต่างๆ ทั่วพระราชอาณาจักร
ซ้าย : พระโพธิสัตว์ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา และพระ
ชิโนรสทั้งสอง องค์จําลอง
ที่ปราสาทพลสงคราม
จังหวัดนครราชสีมา
ที่มา : ทนงศักดิ์ หาญวงศ์
ขวา : พระโพธิสัตว์ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาและพระ
ชิโนรสทั้งสองสําริด พบที่
ปราสาทบันทายฉมาร์
ประเทศกัมพูชา
ที่มา : Peter D. Sharrock
et al, Banteay Chhmar,
Twin hub of the Khmer
Empire (Bangkok : River
Books Co., Ltd., 2015).
พระสุริยะไวโรจนะ? พบ
ระหว่างขุดแต่งปราสาท
ช่างปี่ จังหวัดสุรินทร์ใน
พ.ศ. 2554
ที่มา : ห้างหุ้นส่วนจํากัด
ปุราณรักษ์
หน้าจั่ว ฉ. 12 2558 | 51
ในส่วนของรูปแบบศาสนสถานประจําอโรคยาศาลนั้น ท่ีปรากฏให้
เห็นอยู่ในปัจจุบันจะมีลักษณะที่เป็นมาตรฐาน แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนในส่วน
รายละเอียดองค์ประกอบบางอย่างในแต่ละแห่งเล็กน้อย ตามลักษณะการใช้
งานในแต่ละพ้ืนที่ รวมถึงขนาดของศาสนสถานประจําโรงพยาบาล และ
โรงเรือนท่ีรักษาจะมีขนาดที่แตกต่างกัน โดยจะสัมพันธ์กับขนาดของพื้นที่
ชุมชนที่ให้บริการ ในส่วนรูปแบบมาตรฐานของศาสนสถานประจําอโรคยาศาล
จะประกอบไปด้วย ปราสาทประธานหน่ึงหลังตั้งอยู่กลางพ้ืนท่ี บรรณาลัย
ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน อาคารทั้งสองจะ
ถูกล้อมรอบด้วยกําแพงแก้ว มีทางเข้าออกหรือโคปุระด้านทิศตะวันออกเพียง
แห่งเดียว ภายนอกทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะมีสระน้ําประจําศาสนสถานขนาดเล็ก
7
ส่วนโรงเรือนรักษาพยาบาลที่ปรากฏในจารึก เช่น เรือน
นอน บ้านพักเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล เรือนปรุงและเรือนเก็บยา จากการ
ขุดแต่งพ้ืนท่ีบริเวณกู่สันตรัตน์พบว่า พื้นที่ด้านทิศเหนือนอกแนวกําแพงแก้ว
จะพบฐานหลุมเสา สันนิษฐานว่าเป็นฐานของกลุ่มอาคารเคร่ืองไม้ของอาคาร
รักษาพยาบาล
8
อโรคยาศาลจึงถือเป็นหน่ึงในกลุ่มปราสาทชุมชนในสายวัฒนธรรม
ขอมที่สําคัญ เปรียบเสมือนการรวมพื้นท่ีที่ใช้รักษาผู้ป่วยทั้งด้านร่างกายและ
จิตใจควบคู่กันไป เป็นการรักษาโรคแบบแผนโบราณผสมผสานความสัมพันธ์
ของความเชื่อต่อการเคารพพระพุทธเจ้า แม้ว่าตัวอาคารท่ีปรากฏให้เห็นจะมี
ขนาดเล็ก แต่จากรูปแบบที่เป็นมาตรฐานและรูปเคารพประดิษฐานภายใน
ที่สอดคล้องกับแนวความคิดในการสร้างเพื่อใช้บําบัดโรคภัยไข้เจ็บให้แก่
ประชาชน จึงทาให ํ ้พื้นท่ีดังกล่าวเปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน
ในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี
รูปแบบธุรกิจบ้านพักและดูแลผู้สูงอายุใน ประเทศ ออสเตรเลีย แบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ
รูปแบบธุรกิจบ้านพักและดูแลผู้สูงอายุในออสเตรเลียแบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ
1. Residential Aged Care
Residential Aged Care หรือ สถานดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งในปี 2557 มีผู้ประกอบการทั้งหมด 1,016 ราย
ด าเนินการให้บริการ Residential Aged Care ทั้งหมด 189,283 แห่งทั่วประเทศ และได้ด าเนินการให้บริการ
ผู้สูงอายุมากกว่า 163,000 คน ซึ่งด าเนินการโดยภาคเอกชน 37% รัฐบาล 5% และ Not-for-profit sector 58%
โดยที่พักอาศัยประเภทนี้จะประกอบด้วย การบริการและการอ านวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุในทุกๆ ด้าน ไม่ว่า
จะเป็นการให้บริการทั่วไปในชีวิตประจ าวัน เช่น บริการซักและท าความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องใช้ และการช่วยเหลือ
ผู้สูงอายุส าหรับการท ากิจกรรมประจ าวัน เช่น การแต่งตัว การรับประทานอาหาร พาไปเข้าห้องน้ า รวมทั้งการให้
การดูแลทางการแพทย์แก่ผู้สูงอายุด้วย ที่พักอาศัยประเภทนี้จึงมีไว้ส าหรับผู้สูงอายุที่มีความจ าเป็นที่จะต้องได้รับ
การดูแลในทางร่างกาย การแพทย์ จิตใจ และในการด าเนินชีวิตประจ าวัน
ในปี 2559 อัตราค่าใช้จ่ายโดยประมาณของ Residential Aged Care ส าหรับการดูแลแบบขั้นพื้นฐาน
(Basic Daily Fee) อยู่ที่ 48.25 เหรียญออสเตรเลียต่อวัน หรือ 1,255 บาทต่อวัน
2. Home Care Service
Home Care Service หรือ การให้บริการดูแลและอ านวยความสะดวกในด้านต่างๆ แก่ผู้สูงอายุที่พัก
อาศัยอยู่ที่บ้านของตนเอง โดยจะมีทีมงานมาให้บริการถึงที่บ้านเพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถด าเนินชีวิตเป็นปรกติที่
บ้านของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการทั่วไปในชีวิตประจ าวัน เช่น บริการซักและท าความสะอาดเสื้อผ้า
เครื่องใช้ ดูแลรักษาสวน บริการรถรับส่ง และการช่วยเหลือผู้สูงอายุส าหรับการท ากิจกรรมประจ าวัน เช่น การ
แต่งตัว การรับประทานอาหาร พาไปเข้าห้องน้ า รวมทั้งการให้การดูแลทางการแพทย์แก่ผู้สูงอายุด้วย
ในปี 2557 มีผู้ประกอบการทั้งหมด 504 ราย ซึ่งด าเนินการให้บริการด้าน Home Care Service ทั้งหมด
66,149 แห่งทั่วออสเตรเลีย ซึ่งด าเนินการโดยภาคเอกชน 10% รัฐบาล 9% และ Not-for-profit sector 81%
ซึ่ง Home Care Service ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 13% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าธุรกิจบ้านพักแบบ
Residential Aged Care เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ต่ ากว่าและความต้องการของผู้สูงอายุที่อยากได้รับการรักษาและ
ดูแลที่บ้านของตนเองแทนที่อื่น
ในปี 2559 อัตราค่าใช้จ่ายโดยประมาณของ Home Care Service ส าหรับการดูแลแบบขั้นพื้นฐาน
(Basic Daily Fee) อยู่ที่ 13.90 ดอลล่าร์ออสเตรเลียต่อวัน หรือ 361 บาทต่อวัน
3. Retirement Village
Retirement Village หรือ หมู่บ้านผู้สูงอายุแบบครบวงจร ซึ่งให้บริการด้านที่พัก โดยมีการออกแบบ
สถานที่พัก สภาพแวดล้อมและสิ่งอ านวยความสะดวกที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ รวมถึงการให้บริการทางการแพทย์
และการดูแลช่วยเหลือในด้านต่างๆ อีกทั้งสิ่งอ านวยความสะดวกและศูนย์บริการต่างๆ ครบถ้วนอยู่ในโครงการ
เช่น บ้านแต่ละหลังจะมีสัญญาณเตือนไปยังสถานีพยาบาล/ส่วนดูแลกลาง มีการท าทางลาดคู่กับบันได การท าราว
จับตามทางเดินในตัวบ้าน และสถานที่อ านวยความสะดวกและกิจกรรมสันทนาการต่างๆ เช่น สระว่ายน้ า สปอร์ต
คลับ และ ห้องซาวน่า เป็นต้น
ในปี 2557 มีผู้ประกอบการทั้งหมด 2,160 ราย ซึ่งด าเนินการให้บริการ Retirement Village ทั้งหมด
112,296 แห่งทั่วประเทศ และได้ด าเนินการให้บริการผู้สูงอายุมากกว่า 184,000 คน
อัตราค่าใช้จ่ายของ Retirement Village จะขึ้นอยู่กับท าเลที่ตั้งของบ้านพัก สิ่งอ านวยความสะดวก อายุ
และระดับการดูแลที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น Retirement Village ขนาด 2 ห้องนอน ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Sydney
จะมีค่าแรกเข้าอยู่ที่ 1 – 2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (26 – 52 ล้านบาท) ส่วนบ้านที่ตั้งอยู่ชานเมืองจะมีค่าแรกเข้า
อยู่ที่ 200,000 - 400,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (5.2 - 10.4 ล้านบาท) และมีค่าใช้จ่ายส่วนกลางอีกประมาณ 350
ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน (9,100 บาทต่อเดือน)
โครงการ ซีเนี่ยร์คอมเพล็กซ์ที่น่าอยู่ ดร.สมัย ไทยเพิ่มสุข กับ10 วิธีดูแลบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด
10 วิธีดูแลบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด
ต้องหมั่นทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่หรือบริเวณที่ต้องใช้บ่อย ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ต้องมีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหรือเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ
เช็ดและทำความสะอาดเครื่องอุปกรณ์ใช้งานภายในบ้าน ที่อาจถูกมือสมาชิกภายในบ้านสัมผัสเป็นประจำ เช่น โต๊ะ สวิทช์ไฟ ลูกบิดประตู รีโมททีวี เหล่านี้ เป็นต้น
ควรเปิดประตูหน้าต่างให้มีอากาศถ่ายเท ไม่ให้เกิดการเก็บสะสมความชื้น ซึ่งความชื้นจะเป็นแหล่งเพราะเชื้อไวรัสได้ค่อนข้างสูง อุณหภูมิความร้อนจากภายนอก จะช่วยฆ่าเชื้อและป้องกันการระบาดของเชื้อได้
งดเว้นการใช้ แก้วน้ำ ชาม จาน ช้อนและอุปกรณ์โต๊ะอาหารร่วมกัน ควรแยกอุปกรณ์ของใครของมัน ไม่ควรใช้ประปนกัน หากจำเป็นต้องร่วมโต๊ะรับประทานกัน ควรเว้นระยะห่างระหว่างนั่งรับประทานอาหารร่วมกันอย่างน้อย 1-2 เมตร
เสื้อผ้าและเครื่องนอน ควรมีการฆ่าเชื้อด้วยการนำไปต้มหรือแช่น้ำร้อนที่อุณหภูมิความร้อนสูงหน่อยก่อนนำไปซักตาก เนื่องจากเสื้อผ้าและเครื่องนอนอาจมีคราบปนเปื้อนของน้ำมูก น้ำลายและเสมหะ หากไม่ฆ่าเชื้อก่อนแล้วนำไปซักรวมกันอาจเกิดการแพร่กระจายของเชื้อได้
ทำความห้องน้ำให้สะอาดหลังการใช้ห้องน้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อสม่ำเสมอ เช่น ก๊อกน้ำ ซิงค์น้ำ ชักโครก และภายหลังการใช้ห้องน้ำเสร็จทุกครั้ง ควรล้างมือให้สะอาดก่อนออกจากห้องน้ำ
การทิ้งขยะภายในบ้าน ต้องทิ้งและจัดเก็บด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะกระดาษชำระใช้แล้ว ที่อาจมีคราบน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าให้มือไปสัมผัสโดนอย่างเด็ดขาด ควรสวมถุงมือระหว่างการเก็บขยะเพื่อนำไปทิ้งยังถังขยะนอกบ้าน
สมาชิกภายในบ้านไม่ควรออกไปไหนหรือไปพบประกับผู้ใดโดยไม่จำเป็น ไม่ว่าจะพบกับคนเดียวหรือไปพบคนเป็นหมู่คณะ ระหว่างที่ยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โดยเฉพาะการไปพบปะผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานอ่อนแอ
สมาชิกภายในบ้าน ที่จำเป็นต้องเดินทางไปทำภารกิจนอกบ้านและจะกลับมาบ้าน ต้องมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อที่เข้มงวด เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทำความสะอาดมือด้วยน้ำยาทำความสะอาด ตรวจวัดอุณหภูมิ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ติดเชื้อกลับมาบ้าน
การอยู่อาศัยร่วมกันภายในบ้าน ควรตรวจวัดอุณหภูมิบ่อยๆ ควรเว้นระยะห่างระหว่างการสนทนา สวมหน้ากากอนามัย หรืออาจสวมใส่เฟซชิลด์ก็จะยิ่งดี หลีกเว้นการสัมผัสตัวกันหรือไอ จาม ภายในบ้าน หากพบสมาชิกคนใดสงสัยว่าจะติดเชื้อต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
หากสมาชิกทุกคนภายในบ้าน ต่างคนต่างร่วมกันดูแลรับผิดชอบตัวเองอย่างดี และระมัดระวังดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลา คำนึงถึงความปลอดภัยของสมาชิกทุกคนภายในบ้าน ไม่ทำอะไรที่เป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อและนำมาสู่การติดต่อสู่คนภายในบ้าน ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ก็เชื่อว่าบ้านจะอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ว่าสถานการณ์นอกบ้านจะรุนแรงเพียงใด บ้านจะเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัย ปราศจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างแน่นอน
SMART ใส่ใจด้านสุขอนามัยของลูกบ้านทุกโครงการ เรามีการจัดเตรียมเจลล้างมือแอกอฮอล์ไว้บริการลูกบ้านและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการการดูแลรักษาความสะอาดในโครงการที่ SMART เข้ามาช่วยจัดการบริหารนิติบุคคล โทรหาเราวันนี้ 02-261-7788
ต้องหมั่นทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่หรือบริเวณที่ต้องใช้บ่อย ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ต้องมีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหรือเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ
เช็ดและทำความสะอาดเครื่องอุปกรณ์ใช้งานภายในบ้าน ที่อาจถูกมือสมาชิกภายในบ้านสัมผัสเป็นประจำ เช่น โต๊ะ สวิทช์ไฟ ลูกบิดประตู รีโมททีวี เหล่านี้ เป็นต้น
ควรเปิดประตูหน้าต่างให้มีอากาศถ่ายเท ไม่ให้เกิดการเก็บสะสมความชื้น ซึ่งความชื้นจะเป็นแหล่งเพราะเชื้อไวรัสได้ค่อนข้างสูง อุณหภูมิความร้อนจากภายนอก จะช่วยฆ่าเชื้อและป้องกันการระบาดของเชื้อได้
งดเว้นการใช้ แก้วน้ำ ชาม จาน ช้อนและอุปกรณ์โต๊ะอาหารร่วมกัน ควรแยกอุปกรณ์ของใครของมัน ไม่ควรใช้ประปนกัน หากจำเป็นต้องร่วมโต๊ะรับประทานกัน ควรเว้นระยะห่างระหว่างนั่งรับประทานอาหารร่วมกันอย่างน้อย 1-2 เมตร
เสื้อผ้าและเครื่องนอน ควรมีการฆ่าเชื้อด้วยการนำไปต้มหรือแช่น้ำร้อนที่อุณหภูมิความร้อนสูงหน่อยก่อนนำไปซักตาก เนื่องจากเสื้อผ้าและเครื่องนอนอาจมีคราบปนเปื้อนของน้ำมูก น้ำลายและเสมหะ หากไม่ฆ่าเชื้อก่อนแล้วนำไปซักรวมกันอาจเกิดการแพร่กระจายของเชื้อได้
ทำความห้องน้ำให้สะอาดหลังการใช้ห้องน้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อสม่ำเสมอ เช่น ก๊อกน้ำ ซิงค์น้ำ ชักโครก และภายหลังการใช้ห้องน้ำเสร็จทุกครั้ง ควรล้างมือให้สะอาดก่อนออกจากห้องน้ำ
การทิ้งขยะภายในบ้าน ต้องทิ้งและจัดเก็บด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะกระดาษชำระใช้แล้ว ที่อาจมีคราบน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าให้มือไปสัมผัสโดนอย่างเด็ดขาด ควรสวมถุงมือระหว่างการเก็บขยะเพื่อนำไปทิ้งยังถังขยะนอกบ้าน
สมาชิกภายในบ้านไม่ควรออกไปไหนหรือไปพบประกับผู้ใดโดยไม่จำเป็น ไม่ว่าจะพบกับคนเดียวหรือไปพบคนเป็นหมู่คณะ ระหว่างที่ยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โดยเฉพาะการไปพบปะผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานอ่อนแอ
สมาชิกภายในบ้าน ที่จำเป็นต้องเดินทางไปทำภารกิจนอกบ้านและจะกลับมาบ้าน ต้องมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อที่เข้มงวด เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทำความสะอาดมือด้วยน้ำยาทำความสะอาด ตรวจวัดอุณหภูมิ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ติดเชื้อกลับมาบ้าน
การอยู่อาศัยร่วมกันภายในบ้าน ควรตรวจวัดอุณหภูมิบ่อยๆ ควรเว้นระยะห่างระหว่างการสนทนา สวมหน้ากากอนามัย หรืออาจสวมใส่เฟซชิลด์ก็จะยิ่งดี หลีกเว้นการสัมผัสตัวกันหรือไอ จาม ภายในบ้าน หากพบสมาชิกคนใดสงสัยว่าจะติดเชื้อต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
หากสมาชิกทุกคนภายในบ้าน ต่างคนต่างร่วมกันดูแลรับผิดชอบตัวเองอย่างดี และระมัดระวังดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลา คำนึงถึงความปลอดภัยของสมาชิกทุกคนภายในบ้าน ไม่ทำอะไรที่เป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อและนำมาสู่การติดต่อสู่คนภายในบ้าน ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ก็เชื่อว่าบ้านจะอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ว่าสถานการณ์นอกบ้านจะรุนแรงเพียงใด บ้านจะเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัย ปราศจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างแน่นอน
SMART ใส่ใจด้านสุขอนามัยของลูกบ้านทุกโครงการ เรามีการจัดเตรียมเจลล้างมือแอกอฮอล์ไว้บริการลูกบ้านและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการการดูแลรักษาความสะอาดในโครงการที่ SMART เข้ามาช่วยจัดการบริหารนิติบุคคล โทรหาเราวันนี้ 02-261-7788
อาการเบื้องต้นที่สังเกตได้จากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ "COVID-19" มีดังนี้ และ การวางแผนการอยู่อาศัยใน ซีเนียร์คอมเพล็ก ดร.สมัย ไทยเพิ่มสุข จำกัด
หากท่านมีอาการ
มีไข้สูงมากกว่า 37.5 องศา, ไอ, เจ็บคอ, ครั่นเนื้อครั่นตัว, อ่อนเพลีย, หายใจเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก ควรรีบมาพบแพทย์ด่วน!!!!
ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า COVID-19 | โควิด19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ มีความรุนแรงเทียบเท่ากับโรคซาร์สมากที่สุด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปอดอักเสบรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ องค์การอนามัยโลก ยังไม่สามารถหาที่มาของเชื้ออย่างชัดเจนได้ แต่สันนิษฐานว่าอาจจะมาจากเนื้อสัตว์ป่าที่ซื้อขายอยู่ และปัจจุบันเชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้แล้ว จากการถูกไอ จาม หรือสัมผัสกับสารคัดหลั่งของคนที่ป่วย ดังนั้น เราควรดูแลตนเองเพื่อให้ร่างกายห่างไกลจากเชื้อไวรัสโคโรน่า โดยมีวิธีการรับมือ ดังนี้
เชื้อไวรัสนี้ติดต่อผ่านทางลมหายใจ สารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ควรใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน
เชื้อไวรัสโคโรน่าติดต่อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ควรทานแบบสุกเท่านั้น
ควรทานอาหารที่สุกแล้ว งดอาหารดิบ และเนื้อสัตว์ป่า
หมั่นล้างมือหรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์
ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่ไอ จาม
หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด และมีมลภาวะเป็นพิษ
งดเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงโรคระบาด
ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก ถ้าไม่จำเป็น
ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ฯลฯ
ถ้ามีอาการไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ ปวดหัว อ่อนเพลีย หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์ทันที!!! ปรึกษาแพทย์ คลิก
อาการเบื้องต้นที่สังเกตได้จากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ "COVID-19" มีดังนี้
มีไข้สูง > 37.5 องศา
ไอแห้งๆ ไอแบบมีเสมหะ
เจ็บคอ
ครั่นเนื้อครั่นตัว
หายใจเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก
หากมีอาการดังกล่าว รีบไปพบแพทย์ทันที!!! ปรึกษาแพทย์ คลิก
หลายท่านต่างสงสัยว่า อาการแบบใดบ้างที่เป็นสัญญาณเตือนว่าตนเองเสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 โดยทางผู้เชี่ยวชาญ WHO ได้สรุปอาการที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยจากโรคติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 หรือ COVID-19 ไว้ดังนี้
ผู้ป่วย COVID-19 จะมีอาการอย่างไร?
88% มีไข้
68% ไอแห้งๆ
38% ไม่มีเรี่ยวแรง
33% ไอแบบมีเสมหะ
18% หายใจลำบาก
14% เจ็บคอ
14% ปวดหัว
14% ปวดกล้ามเนื้อ
11% หนาวสั่น
อาการที่พบน้อย ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน คัดจมูก ท้องเสีย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก สวทช. https://www.nstda.or.th/th/nstda-knowledge/13061-who-china-joint-mission
คุณกำลังมีอาการเหล่านี้อยู่หรือไม่ หากพบว่ามีอาการไข้สูงร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจ ควรพบแพทย์ทันที ด้วยความห่วงใย จากโรงพยาบาลศิครินทร์ #เคียงข้างคุณ ทุกช่วงของชีวิต
วิธีป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการวางแผนการอยู่อาศัยใน โครงการซีเนียร์คอมเพล็กซ์ ดร.สมัย เครือ ไทยเพิ่มสุข จำกัด อย่างไร
วิธีป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
ทำความสะอาด ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่และน้ำ หรือ เจลล้างมือที่มีส่วนผสมหลักเป็นแอลกอฮอล์ สูงสุด 75%
สวมใส่หน้ากากอนามัย ก่อนออกจากบ้าน หรือ อยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัด
รักษาระยะห่างจากผู้ที่ไอ หรือ จาม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่ม
เมื่อออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงไม่สัมผัสตา จมูก หรือ ปาก รวมถึงใกล้ชิดบุคคล
ปิดจมูกและปากด้วยกระดาษชำระ หากมีการไข จาม เป็นไข้ปกติ
เมื่อรู้สึกไม่สบาย ควรเก็บตัวอยู่บ้านไม่ออกไปด้านนอก หรือ พบปะผู้คน
สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อเว้นระยะห่างไม่ได้
เมื่อมีการใช้งานหน้ากากอนามัย ควรพับทิ้งใส่ถุงพลาสติก หรือ ถุงซิปล็อคก่อนนำไปทิ้ง ลดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อในอากาศ
หากมีไข้ ไอ และหายใจลำบากโปรดไปพบแพทย์
ซีเนียร์คอมเพล็กประชารัฐภาคเอกชน เพื่อสมาชิกสหกรณ์และประชาชนชาวไทยผู้ยากไร้ (ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) 協同組合員と貧しいタイ人のためのプロジェクトそしてすべての部門の年金受給者、そして一般の人々それは低層、8階建ての低層マンション、建設現場、77州すべてのプロジェクトの場所、プロジェクトあたり880ユニ โครงการ ซีเนียร์คอมเพล็กประชารัฐภาคเอกชน
協同組合員と貧しいタイ人のためのプロジェクトそしてすべての部門の年金受給者、そして一般の人々それは低層、8階建ての低層マンション、建設現場、77州すべてのプロジェクトの場所、プロジェクトあたり880ユニ โครงการ ซีเนียร์คอมเพล็กประชารัฐภาคเอกชน เพื่อสมาชิกสหกรณ์และประชาชนชาวไทยผู้ยากไร้ (ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) โครงการเพื่อ สมาชิกสหกรณ์และประชาชนชาวไทยผู้ยากไร้ และข้าราชการบำนาญทุกหน่วยงานพร้อมด้วยประชาชนทั่วไป เป็นคอนโดมิเนียม แบบโลไลต แบบสูงไม่เกิน 8 ชั้นสถานที่ก่อสร้างที่ตั้งโครงการ ในทุก 77 จังหวัด จำนวน 880 unit ต่อโครงการ จำหน่ายราคาเริ่มต้น 5.5แสน ถึง 2.5 ล้าน จำนวนพื้นที่ ห้อง 30 ตารางเมตรถึง 60 ตารางเมตร เริ่มต้นและบริการฟรีให้กับผู้ด้อยโอกาสที่ขาดการดูแล อีก 20% สุทธิและ การบริการนิติบุคคล ประกอบด้วย ศูนย์รักษาสุขภาพ และ นันทนาการ 20 กิจกรรม ให้บริการสำหรับผู้สูงวัย ดร. สมัย เหมมั่น เป็นผู้ประกอบกิจการในธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีผลงานในการก่อสร้าง และพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบกิจการในจังหวัดนครปฐม และได้เล็งเห็นว่ารัฐบาลกำลังผลักดันและดำเนินโครงการประชารัฐด้านต่างๆเป็นจำนวนมาก บริษัทฯจึงมีความประสงค์ที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเฉพาะด้านโดยเฉพาะการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย ลักษณะโครงการ ประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนที่ 1 เป็นที่พักสำหรับผู้สูงอายุ Active เปิดบริการจำนวน 880 unit ส่วนที่ 2 เป็นที่พัก บริการผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม และศูนย์สุขภาพ ส่วนที่ 3 เป็น Compact จัดไว้ สำหรับผู้สูงอายุ Active สามารถรองรับ สมาชิกได้ถึง 1600 คน บริหารการจัดการโดย ดร.สมัย เหมมั่น ผู้ได้รับนโยบายจากกระทรวง พัฒนาสังคมฯกรมกิจการผู้สูงอายุ พร้อมคู่มือการบริการ ที่ทันสมัยและพร้อมให้บริการแบบมืออาชีพ ภาคเอกชนร่วมกัน เปิดโครงการก่อสร้างบ้านเพื่อผู้สูงวัย.หลังเกษียณ ของสมาชิกครูและข้าราชการบำนาญ แผนงานการก่อสร้าง แบ่งเป็น 5 ระยะ ระยะที่ 1 แผนงาน สร้างโมเดล โครงการ 7 จังหวัด ดังนี้ 1.จังหวัด ปทุมธานี จำนวน 880 หน่วย อำเภอ หนองเสือ จังหวัดปทุมธานี 2.จังหวัด เพชรบูรณ์ จำนวน 1200 หน่วย อำเภอ หล่มสัก-อำเภอหล่มเก่า-อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 3.จังหวัด นครราชสีมา จำนวน 880 หน่วย อำเภอ เมือง-อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 4.จังหวัด ชัยภูมิ จำนวน 880 หน่วย อำเภอเมือง จังหวัด ชัยภูมิ 5.จังหวัด ราชบุรี จำนวน 880 อำเภอจอมบึง-อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 6.จังหวัด นนทบุรี จำนวน 1200 หน่วย อำเภอบางใหญ่-อำเภอไทรน้อย จังหวัด นนทบุรี 7.จังหวัด สระบุรี จำนวน 880 หน่วย อำเภอแก่งคอย-อำเภอหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี ระยะที่ 2 แผนงาน สร้างเชิงรุก โครงการ 18 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ 3 แผนงาน สร้างเชิงรุก โครงการ 18 จังหวัด ภาคเหนือ ระยะที่ 4 แผนงาน สร้างเชิงรุก โครงการ 18 จังหวัด ภาคกลาง ระยะที่ 5 แผนงาน สร้างเชิงรุก โครงการ 16 จังหวัด ภาคใต้ ดร. สมัย เหมมั่น เป็นผู้ประกอบกิจการในธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีผลงานในการก่อสร้าง และพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากด้วยประสบการณ์ ดำเนินการพัฒนาโครงการเพื่อผู้สูงวัยพร้อมให้การบริการเป็นอย่างดีและทั่วถึงในการให้บริการ ดร.สมัย เหมมั่น ประธานโครงการ
協同組合員と貧しいタイ人のためのプロジェクトそしてすべての部門の年金受給者、そして一般の人々それは低層、8階建ての低層マンション、建設現場、77州すべてのプロジェクトの場所、プロジェクトあたり880ユニ โครงการ ซีเนียร์คอมเพล็กประชารัฐภาคเอกชน เพื่อสมาชิกสหกรณ์และประชาชนชาวไทยผู้ยากไร้
協同組合員と貧しいタイ人のためのプロジェクトそしてすべての部門の年金受給者、そして一般の人々それは低層、8階建ての低層マンション、建設現場、77州すべてのプロジェクトの場所、プロジェクトあたり880ユニ โครงการ ซีเนียร์คอมเพล็กประชารัฐภาคเอกชน เพื่อสมาชิกสหกรณ์และประชาชนชาวไทยผู้ยากไร้ (ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) โครงการเพื่อ สมาชิกสหกรณ์และประชาชนชาวไทยผู้ยากไร้ และข้าราชการบำนาญทุกหน่วยงานพร้อมด้วยประชาชนทั่วไป เป็นคอนโดมิเนียม แบบโลไลต แบบสูงไม่เกิน 8 ชั้นสถานที่ก่อสร้างที่ตั้งโครงการ ในทุก 77 จังหวัด จำนวน 880 unit ต่อโครงการ จำหน่ายราคาเริ่มต้น 5.5แสน ถึง 2.5 ล้าน จำนวนพื้นที่ ห้อง 30 ตารางเมตรถึง 60 ตารางเมตร เริ่มต้นและบริการฟรีให้กับผู้ด้อยโอกาสที่ขาดการดูแล อีก 20% สุทธิและ การบริการนิติบุคคล ประกอบด้วย ศูนย์รักษาสุขภาพ และ นันทนาการ 20 กิจกรรม ให้บริการสำหรับผู้สูงวัย ดร. สมัย เหมมั่น เป็นผู้ประกอบกิจการในธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีผลงานในการก่อสร้าง และพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบกิจการในจังหวัดนครปฐม และได้เล็งเห็นว่ารัฐบาลกำลังผลักดันและดำเนินโครงการประชารัฐด้านต่างๆเป็นจำนวนมาก บริษัทฯจึงมีความประสงค์ที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเฉพาะด้านโดยเฉพาะการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย ลักษณะโครงการ ประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนที่ 1 เป็นที่พักสำหรับผู้สูงอายุ Active เปิดบริการจำนวน 880 unit ส่วนที่ 2 เป็นที่พัก บริการผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม และศูนย์สุขภาพ ส่วนที่ 3 เป็น Compact จัดไว้ สำหรับผู้สูงอายุ Active สามารถรองรับ สมาชิกได้ถึง 1600 คน บริหารการจัดการโดย ดร.สมัย เหมมั่น ผู้ได้รับนโยบายจากกระทรวง พัฒนาสังคมฯกรมกิจการผู้สูงอายุ พร้อมคู่มือการบริการ ที่ทันสมัยและพร้อมให้บริการแบบมืออาชีพ ภาคเอกชนร่วมกัน เปิดโครงการก่อสร้างบ้านเพื่อผู้สูงวัย.หลังเกษียณ ของสมาชิกครูและข้าราชการบำนาญ แผนงานการก่อสร้าง แบ่งเป็น 5 ระยะ ระยะที่ 1 แผนงาน สร้างโมเดล โครงการ 7 จังหวัด ดังนี้ 1.จังหวัด ปทุมธานี จำนวน 880 หน่วย อำเภอ หนองเสือ จังหวัดปทุมธานี 2.จังหวัด เพชรบูรณ์ จำนวน 1200 หน่วย อำเภอ หล่มสัก-อำเภอหล่มเก่า-อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 3.จังหวัด นครราชสีมา จำนวน 880 หน่วย อำเภอ เมือง-อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 4.จังหวัด ชัยภูมิ จำนวน 880 หน่วย อำเภอเมือง จังหวัด ชัยภูมิ 5.จังหวัด ราชบุรี จำนวน 880 อำเภอจอมบึง-อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 6.จังหวัด นนทบุรี จำนวน 1200 หน่วย อำเภอบางใหญ่-อำเภอไทรน้อย จังหวัด นนทบุรี 7.จังหวัด สระบุรี จำนวน 880 หน่วย อำเภอแก่งคอย-อำเภอหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี ระยะที่ 2 แผนงาน สร้างเชิงรุก โครงการ 18 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ 3 แผนงาน สร้างเชิงรุก โครงการ 18 จังหวัด ภาคเหนือ ระยะที่ 4 แผนงาน สร้างเชิงรุก โครงการ 18 จังหวัด ภาคกลาง ระยะที่ 5 แผนงาน สร้างเชิงรุก โครงการ 16 จังหวัด ภาคใต้ ดร. สมัย เหมมั่น เป็นผู้ประกอบกิจการในธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีผลงานในการก่อสร้าง และพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากด้วยประสบการณ์ ดำเนินการพัฒนาโครงการเพื่อผู้สูงวัยพร้อมให้การบริการเป็นอย่างดีและทั่วถึงในการให้บริการ ดร.สมัย เหมมั่น ประธานโครงการ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




















